
บริษัทกลุ่มสแตนเลย์ มุ่งมั่นสร้างคุณค่ามากมายให้กลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม โดยลดภาระต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุดผ่านกิจกรรมองค์กร เพื่อส่งต่อระบบนิเวศอุดมสมบูรณ์ที่ไม่สามารถถูกแทนที่ได้ไปยังคนรุ่นถัดไป
บริษัทฯ ปฎิบัติตาม “ปรัชญาพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อม” โดยจะตระหนักในบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบต่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในกิจกรรมขององค์กร ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในธุรกิจอุปกรณ์ยานยนต์ ธุรกิจชิ้นส่วนประกอบ และธุรกิจผลิตภัณฑ์อิเลคทรอนิกส์

ประกอบด้วยผู้บริหาร และพนักงานจากทุกส่วนงาน ปัจจุบันมีจำนวน 72 คน ทำหน้าที่ผลักดัน เสนอแนะ ระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งพิจารณาตามความเกี่ยวข้องของกฎหมายสิ่งแวดล้อมและข้อกำหนดอื่นๆ และเพื่อให้เป็นไปตาม นโยบายการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ และของกลุ่มสแตนเลย์ (Stanley Group Environmental Policies) โดยมีฝ่าย Safety & Environment ทำหน้าที่ผลักดันให้เกิดกิจกรรมการดำเนินงานต่าง ๆ ครอบคลุมทุกพื้นที่

บริษัทใช้น้ำในการผลิตและอุปโภคบริโภคภายในบริษัทแต่ละปีในปริมาณมาก โดยมีแหล่งที่มาจาก น้ำประปาจากหน่วยงานรัฐ ร้อยละ 80 น้ำดิบและน้ำ Recycle ร้อยละ 20 บริษัทฯ ตรวจวัดคุณภาพของน้ำอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน การดำเนินงานบริษัทนำน้ำ Recycle มาใช้ในระบบม่านน้ำของขั้นตอนเคลือบผิวชิ้นงานในโรงงานผลิตโคมไฟ ระบบรดน้ำสนามหญ้า และใช้ในห้องน้ำ (ชักโครก) ที่อาคารสวัสดิการ PQC, กำหนดให้การออกแบบอาคารและสาธารณูปโภคใหม่ให้เลือกใช้สุขภัณฑ์ที่ประหยัดน้ำ รวมถึงให้มีการนำ sensor มาใช้ภายในบริษัทฯ ทั้งหมด ปัจจุบันมีการใช้น้ำ recycle คิดเป็นร้อยละ 71.07 ของปริมาณน้ำเสียทั้งหมด
บริษัทฯ มีเป้าหมายการลดการใช้กระดาษทั้งในการผลิตและงานสำนักงาน ด้วยการหาเครื่องมืออื่นๆ อาทิเช่น โปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่างๆ จัดทำโครงการรณรงค์ลดการใช้กระดาษทุกหน่วยงานอย่างน้อยหน่วยงานละ 1 โครงการ


บริษัทฯ รณรงค์และประชาสัมพันธ์ให้พนักงานตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดการใช้ถุงพลาสติก การคัดแยกขยะ เป็นต้น และลดปริมาณขยะที่ส่งไปกำจัดด้วยวิธีฝังกลบ
ตั้งแต่ปี 2564 บริษัทก่อตั้ง ศูนย์การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์พลังงาน ภายใต้หลักการ 3Rs (Reduce, Reuse และ Recycle) เป็นส่วนหนึ่งของโครงการแรงงานพันธุ์ดี ซึ่งเป็นโครงการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์กับพนักงานและสร้างพื้นที่สีเขียวภายในบริษัทฯ ขนาดพื้นที่ 196 ตารางเมตร การดำเนินงาน แบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1 ธันวาคม 2564 ต้นแบบการนำวัสดุเหลือใช้นำกลับมาใช้ประโยชน์ ลดการปล่อยก๊าซ CO2 โดยใช้พลังงานทางเลือก แปลงผักเศรษฐกิจพอเพียง ระบบนิเวศแบบยั่งยืน และร่วมลดขยะโดยวิธีการ คัด แยก แลก เงิน เป็นต้น ระยะที่ 2 พฤษภาคม 2566 จัดทำพื้นที่การเรียนรู้นอกสถานที่ มุ่งเน้นการเรียนการสอนโดยการลงมือปฏิบัติเพื่อนำองค์ความรู้ติดตัวกลับไปใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันเพื่อเพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายและสร้างเครือข่ายการถ่ายทอดความรู้


บริษัทติดตั้ง Solar Rooftop บนพื้นที่หลังคาโรงงานผลิต Lamp 7 และ หลังคาอาคารเอนกประสงค์ PQC และมีแผนการขยายกำลังการผลิต Solar Cell ในอนาคตที่อาคารโรงงานผลิต Lamp 7 ส่วนต่อขยาย และอาคารโรงงานผลิต Lamp 8
