วิสัยทัศน์กลุ่มสแตนเลย์

วิสัยทัศน์สแตนเลย์

วิสัยทัศน์กลุ่มสแตนเลย์ แสดงให้เราเห็นทิศทางที่เราควรทำสำหรับอนาคต เป็นปรัชญาองค์กรขั้นพื้นฐานของเราที่ทำให้เหตุผลของการเป็นบริษัทและพันธกิจที่ยั่งยืนในสังคมของเราชัดเจน ตราบใดที่เราแบ่งปันวิสัยทัศน์นี้ทั่วทั้งกลุ่ม เราจะพัฒนาความแข็งแกร่งใหม่ในฐานะบริษัท เพราะความพยายามของทุกคนในการบรรลุวัตถุประสงค์ส่วนบุคคลจะสอดคล้องกับทิศทางโดยรวมที่บริษัทต้องดำเนินการ

สำหรับเราที่จะไปถึงอนาคตที่นิมิตนี้บรรยายไว้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และจะต้องเอาชนะความท้าทายต่างๆ ตลอดเส้นทาง อย่างไรก็ตาม เราแต่ละคนมีประสบการณ์เฉพาะตัวและความสามารถที่แข็งแกร่งมากมาย และฉันมั่นใจว่าหากเราทำงานร่วมกันเป็นทีมเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกัน ในที่สุดเราก็จะบรรลุเป้าหมายเหล่านั้น

  • จิตวิญญาณของชาวสแตนเลย์
  • ปรัชญาในการดำเนินธุรกิจ
  • คุณค่าของแสงห้าประการ

ปรัชญาในการดำเนินธุรกิจ

การค้นหาคุณค่าของแสงอย่างไม่สิ้นสุดเราต้องศึกษาและวิจัยนำเอาคุณค่าของแสงที่ซ่อนเร้นอยู่ออกมาใช้ประโยชน์แก่สังคมให้มากที่สุด

มนุษย์ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ถ้าปราศจากแสงสว่างถ้าเราหันกลับไปมองประวัติศาสตร์ของเผ่าพันธุ์ มนุษย์แล้วจะเห็นว่ามนุษย์ได้นำเอาแสงมาใช็ประโยชน์ในชีวิตประจำวันมากมาย แต่ถ้าจะว่าไปแล้วนี่ก็เป็นเพียงแค่จุดเล็กๆของการนำเอาศักยภาพ ที่ไร้ขอบเขตของแสงออกมาใช้เท่านั้น

ดังนั้น เราต้องเสาะหาวิจัยและค้นคว้าให้ได้มาซึ่งกรรมวิธีในการนำศักยภาพของแสงดังกล่าว มาเป็นเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ของสแตนเลย์ แล้วให้มันสร้างสรรค์สิ่งดีๆ สู่มวลมนุษยชาติให้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ นี่คือ “ปณิธานของเรา”

การพัฒนาและปรับปรุงการบริหารองค์กร ในฐานะผู้ผลิตในฐานะที่เราเป็นผู้ผลิตสินค้า เราต้อ มุ่งที่จะผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า

สแตนเลย์เป็นบริษัทผู้ผลิตฉะนั้นเราต้องทุ่มกำลังให้กับการผลิตสินค้าโดยการพัฒนาและปรับปรุงการผลิตธุรกิจ กระบวนการผลิตทั้งหมดเริ่มจากหน่วยย่อยในธุรกิจและระบบการผลิตต่างๆ ให้ตอบสนองคุณค่าให้กับการผลิตอย่างพอเพียงจากนั้นนำไปผนวกเข้ากับคุณค่าของแสงห้าประการ แล้วจะทำให้องค์กรมีความแข็งที่สำคัญสิ่งนี้จะเป็นกำลังที่จะสนับสนุนและค้ำจุน ให้เราสามารถแข่งขันอยู่ในตลาดโลกได้อย่างทรนง

ค้ำจุนผู้ที่สนับสนุนปณิธานของเรา เราต้องให้ความสำคัญคุณค่าและค้ำจุนผู้ที่สนับสนุน และเกื้อกูลสแตนเลย์อย่างจริงใจ

สแตนเลย์ของเรายึดถือหลักการการให้ความสำคัญ 4 ประการมาเป็นเวลานาน ซึ่ง 4 สำคัญหมายถึง ลูกค้าผู้ซื้อ, ลูกค้าผู้ขาย พนักงานและผู้ถือหุ้นจากนี้ไป เราจะยังยึดหลักนี้เป็นหลักในการดำเนินธุรกิจ และจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสแตนเลย์กับ 4 สำคัญแน่นแฟ้นและยั่งยืนสืบไปสแตนเลย์ของเราได้รับการสนับสนุนและเกื้อกูลจากบุคคลกลุ่มต่างๆมากมาย ถ้าขาดซึ่งแรงประสานจากบุคคลกลุ่มดังกล่าวแล้ว บริษัทในเครือสแตนเลย์จะไม่สามารถดำรงอยู่และบรรลุเป้าหมายที่เราได้ ตั้งไว้ได้เลยแม้แต่น้อย ดังนั้น จะขออธิบายเกี่ยวกับ 4 สำคัญ ดังนี้

  • "ลูกค้าผู้ซื้อ" คือ ผู้ซึ่งไม่ใช่แค่ลูกค้าที่ซื้อสินค้าจากเราโดยตรงเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึง ผู้บริโภคที่ใช้สินค้าของเราจริงๆด้วย
  • "ลูกค้าผู้ขาย" คือ คู่ค้าทางธุรกิจหรือลูกค้าผู้ขายที่จะเติบโตไปพร้อมกับเรา
  • "พนักงาน" คือเพื่อนร่วมงานที่จะช่วยกันสานปณิธานของบริษัทให้เป็นจริงให้ได้
  • "ผู้ถือหุ้น" ที่รวมถึงผู้ลงทุนและผู้ถือหุ้นที่คอยสนับสนุนด้านการเงินให้กิจการสามารถดำเนินต่อไปได้ในอนาคต

จากปรัชญาในการดำเนินธุรกิจดังกล่าวจะเห็นว่าพนักงานก็เป็นคนกลุ่มหนึ่งที่องค์กรให้ความสำคัญ การทำให้พนักงานมีความสุขกับการทำงานและความฝันของพนักงานเป็นความจริงก็เป็นเป้าหมายสำคัญอันหนึ่งที่ได้ตั้งไว้ เพราะหนึ่งกำลังของพนักงานถึงแม้จะไม่มาก แต่ถ้ารวมกันทั้งองค์กรเป็นหนึ่งเดียวแล้ว มันจะกลายเป็นกำลังผลักดันที่สำคัญให้องค์กรของเรานั่นเอง และสิ่งที่อยากจะเน้น และทำความเข้าใจก็ คือ คำว่า “ผู้ที่สนับสนุนและเกื้อกูลสแตนเลย์อย่างจริงใจ” ตราบเท่าที่เราได้รับการ สนับสนุนและเกื้อกูลจากคุณ องค์กรก็จะสนับสนุนเกื้อกูลและค้ำจุนคุณกลับไป เช่นกัน

คุณค่าของแสงห้าประการ

เราต้องค้นหาคุณค่าที่จะได้รับจากแสงทั้งห้าประการเพื่อนำมาสร้างคุณประโยชน์ต่อสังคม และมนุษยชาติเราจะศึกษาค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับคุณสมบัติของแสงให้เข้าใจ และประสานกับความรู้พื้นฐานและกำลังสนับสนุนของสแตนเลย์ เพื่อสร้างประโยชน์ของแสงใหม่ๆออกสู่สังคมและสาธารณชน

CREATING การสร้างแสง

การสร้างแสงในที่นี้หมายถึงการสร้างแหล่งกำเนิดแสงซึ่งถือเป็นหัวใจหลัก และเครื่องมือที่สำคัญของสแตนเลย์ จากการค้นคว้าวิจัยคุณสมบัติของแสงทำให้เราประดิษฐ์คิดค้นแหล่งกำเนิดแสงใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง แล้วเราสามารถใช้มันเป็นพื้นฐานในการพัฒนา และทำประโยชน์อย่างอื่นต่อไปในภายภาคหน้าได้

RECOGNIZING การสัมผัสและรับรู้แสง

ดวงตาของมนุษย์ใช้ในการสัมผัสและรับรู้แสงซึ่งดูเหมือนง่าย แต่ก็ยังไม่สามารถอธิบายปัญหาบางประการได้เกี่ยวกับการมองเห็นได้เราจะไม่หยุดอยู่เพียงแต่แค่แสงที่มองเห็นเท่านั้นแต่เราจะพัฒนาปรับปรุงค้นคว้า และวิจัยเพื่อขยายขอบเขตการสัมผัสและรับรู้แสงของมนุษย์ ให้กว้างออกไปครอบคลุมแสงที่ไม่สามารถมองเห็นด้วย

INFORMING แสงที่เป็นสื่อกลางของข้อมูล

ข้อมูลข่าวสารจะถูกนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างสมบูรณ์ ก็ต่อเมื่อสามารถถ่ายทอดจัดเก็บและประมวลผล และเนื่องด้วยแสงสามารถเข้ามามีบทบาทตั้งแต่การป้อนข้อมูล จนกระทั่งถึงกระบวนการประมวลผลข้อมูลถ้าเราสามารถควบคุมแสงได้ เราจะสามารถนำแสงมาใช้ประโยชน์แก่โลกแห่งข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยีการสื่อสารได้มากที่สุด

ENERGIZING การใช้พลังงานแสง

พลังงานแสงเป็นพลังงานที่มีคุณค่ามากและเป็นพลังงานที่สะอาดและไม่อันตรายต่อสิ่งแวดล้อม จึงเป็นแหล่งผลิตพลังงานที่ได้รับความสนใจมากในปัจจุบัน มีการพัฒนาเอาพลังงานของแสงออกมาใช้ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องเซลล์ แสงอาทิตย์ที่ใช้กำเนิดพลังงานไฟฟ้าจากแสงแดดแสงเลเซอร์ที่ใช้ในการตัด เจาะและอื่นๆดังนั้นเราก็จะเข้าไปพัฒนาและนำเอาประโยชน์ของพลังงานแสงออกมาใช้ให้ได้เช่นกัน

EXPRESSING การถ่ายทอดอารมณ์ด้วยแสง

แสงนอกจากจะมีคุณสมบัติทางด้านฟิสิกส์แล้วยังสามารถส่งผลต่อจิตใจและอารมณ์ของมนุษย์ด้วยตัวอย่างเช่นการใช้แสงในการสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายให้แก่ ห้องต่างๆในอาคารสถานที่เป็นต้น ดังนั้น เราจะประยุกต์คุณสมบัติและผลทางด้านจิตวิทยาของแสงดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ในสถานการณ์ต่างๆให้ได้

เริ่มแรกเราต้องศึกษาค้นคว้าและวิจัยคุณสมบัติของแสงให้ถ่องแท้เพื่อสร้างแหล่งกำเนิดแสงใหม่ออกมา (CREATING) จากแหล่งกำเนิดแสงดังกล่าวนำไปขยายผลต่อเพื่อใช้ประโยชน์ของแสงออกมาผ่านคุณค่าที่เหลือทั้ง 4 อย่าง (RECOGNIZING, INFORMING, ENERGIZING, EXPRESSING) ซึ่งในตอนนี้ความรู้ทางเทคโนโลยีรอบข้างของสแตนเลย์จะเข้ามามีบทบาทความรู้ทางเทคโนโลยีรอบข้างจะทำให้เราสามารถค้นพบและนำเอาคุณค่าของแสงที่ซ่อนเร้นอยู่ออกมาใช้ประโยชน์แก่สังคมได้

ตัวอย่างของเทคโนโลยีและความรู้ก็มีเทคโนโลยีในการผลิตความรู้ในด้านการตลาดและการจัดการเป็นต้น เทคโนโลยีและความรู้เหล่านี้จะเป็นตัวสร้างเสริมเชื่อมต่อและสานต่อให้เรสามารถดำเนินงานได้ และเป็นขุมกำลังของเราต่อไปความรู้ทางเทคโนโลยีรอบข้างสแตนเลย์

สามารถทำให้คุณค่าของแสงทั้งห้าประการขยายใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่องได้ฉันใดนั่นก็หมายความว่าเราสามารถที่จะสร้างสรรค์สิ่งดีๆแก่สังคมได้มากขึ้นและเราก็จะมีคุณค่าต่อสังคมในสายตาของสาธารณชนมากขึ้นก็ฉันนั้น