ติดต่อบริษัท | แผนที่ website      

คำถามงานประชุมผู้ถือหุ้น

 

Q : จากยอดขายรวมที่เพิ่มขึ้น แต่ยอดขายของผลิตภัณฑ์หลอดไฟ และ ผลิตภัณฑ์แม่พิมพ์ลดลง เนื่องจากสาเหตุใด?

ขอให้บริษัทอธิบายเกี่ยวกับการซื้อที่ดินติดต่อกัน 2 ปีแล้ว อยากทราบจะมีการซื้อเพิ่มอีกหรือไม่

หากซื้อเป็นบริเวณใด ซื้อเพื่ออะไร?

A : ยอดขายหลอดไฟลดลงเนื่องจาก 2 สาเหตุ ดังนี้

1.การขายส่งออกไปตลาดต่างประเทศลดลงจากปัจจุบันเทคโนโลยีหลอดไฟมีการเปลี่ยนเป็น LED มากขึ้นจึงมาแทนที่หลอดไฟแบบเดิม

2.ตลาดต่างประเทศที่ซื้อเป็นสินค้าเพื่อทดแทน (Replacement Market) ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจช่วงปลายปีเนื่องจากมีเหตุการณ์น้ำท่วมจึงทำให้ยอดขายลดลงเล็กน้อย

สำหรับยอดขายแม่พิมพ์และการออกแบบ(จากศูนย์วิจัยและพัฒนา)  ไม่ได้มีลักษณะเป็น mass production มีการผลิตและขายแต่ละครั้งตามระยะ

กำหนดส่งของลูกค้า โดยยอดการผลิตแม่พิมพ์ยังคงเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องจะเห็นได้จาก บริษัทมีการลงทุนก่อสร้างโรงงานแม่พิมพ์แห่งใหม่

การซื้อที่ดิน บริษัทมีการพิจาณาซื้อในช่วงเวลาและราคาที่เหมาะสมอยู่เสมอ โดยเป็นการซื้อเพื่อการขยายกิจการ ไม่ได้ซื้อเพื่อการเก็งกำไร และเน้นซื้อ

บริเวณที่ติดกับบริษัทเท่านั้น

Q : ปีที่ผ่านมาบริษัทมีการใช้กำลังการผลิตเท่าใด แตกต่างจากการผลิตในปัจจุบันอย่างไร ?

กำไรที่ดีขึ้นเกิดจากการผลิตที่มากขึ้นจนได้ Economic of Scale หรือ มาจากการปรับราคาขายเพราะสินค้ามีการใช้ไฟ LED มีมากขึ้น

A : ในปีที่ผ่านมา อัตราการใช้กำลังการผลิตสำหรับโคมไฟรถยนต์ เท่ากับ 90% และ สำหรับการผลิตสำหรับโคมไฟรถจักรยานยนต์เท่ากับ 100%  โดยในปี

นี้คาดว่าการใช้กำลังการผลิตสำหรับโคมไฟรถยนต์ใกล้เคียง 100% โดยบริษัทมีการก่อสร้างขยายโรงงานผลิตเพื่อรองรับการผลิตที่จะได้รับคำสั่งซื้อใน

อนาคตได้ ส่วนโคมไฟรถจักรยานยนต์ปีนี้กำลังการผลิตคาดว่าจะเกิน 100% ซึ่งบริษัทมีการลงทุนเพิ่มเติมในด้าน เครื่องจักรและอุปกรณ์อีกทั้งยังมี

แผนที่จะขยายโรงงานเพื่อรองรับคำสั่งซื้อในอนาคตเช่นกัน

ในส่วนของผลกำไรที่ดีขึ้น มาจาก2 ประเด็น คือยอดขายที่ดีขึ้นทำให้เกิดจุดคุ้มทุน (Economic of Scale) และอีกประเด็นคือมาจากการพัฒนาของ

ชาวสแตนเลย์ที่ปรับปรุง(Kizen) ทุกวัน ทำให้ผลประกอบการดีขึ้น

Q : อยากทราบสาเหตุที่จะทำให้ยอดขายของบริษัทเพิ่มขึ้นจนต้องมีการขยายโรงงาน
A : สาเหตุที่ทำให้ยอดขายของบริษัทเพิ่มขึ้นมาจาก

1.บริษัทได้รับคำสั่งซื้อจากผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นเกือบทุกราย ยอดขายจะเพิ่มขึ้นจากคำสั่งซื้อในรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจากลูกค้าเดิมเหล่านี้

2.อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศที่ค่อนข้างสดใส จึงคาดว่าการขายรถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ของบริษัทจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

Q : จากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ อาทิ สงครามทางการค้า ที่อาจจะกระทบกับเศรษฐกิจและกระทบกับบริษัทด้วยนั้น บริษัทมีการเตรียมรับมือกับสถานการณ์

ต่างๆ นี้อย่างไร

A : ปัจจุบันมีประเด็นด้านการค้าของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งยังไม่สามารถประเมินผลกระทบได้ในตอนนี้ คงต้องติดตามและประเมินเป็นระยะๆ  อย่างไร

ก็ตามบริษัทมีโยบายการดำเนินกิจการอย่างระมัดระวัง(conservative)โดยมีแผนรองรับไว้อาทิ การถือเงินสดไว้จำนวนหนึ่ง เพื่อให้ดำเนินงานต่อไปได้

Q : ในไตรมาสที่ 4 ที่ผ่านมา  (มกราคม – มีนาคม 2561 ) บริษัทใช้กำลังการผลิตเท่าใด
A : ตามที่ได้แจ้งตัวเลขกำลังการผลิต เป็นภาพรวมค่าเฉลี่ยของทั้งปี ในไตรมาสที่ 4 อัตราการใช้กำลังการผลิตจะมากกว่าค่าเฉลี่ยประมาณ 10 – 20 %

บริษัทจึงต้องมีการเพิ่มชั่วโมงการทำงาน (การทำงานล่วงเวลา) และการปรับปรุงที่จะช่วยลดเวลาการผลิต  ตลอดจนการขยายโรงงานผลิตที่จะรองรับการ

ผลิตในอนาคตในช่วงระยะเวลา 2 ปี

Q : จากกราฟยอดผลิตรถยนต์และจักรยานยนต์เปรียบกับยอดขายของบริษัท ในปี 2556 กับปี 2560 โดยยอดขายของปี 2560 สูงขึ้นมากกว่าปี 2556 ใน

ขณะที่ยอดการผลิตปี 2560 น้อยกว่า 2556  มาจากสาเหตุใด  และการใช้กำลังการผลิตในปี 2556 นั้นมากกว่าปี 2560 ใช่หรือไม่

A : จากยอดการผลิตในปีดังกล่าวที่ไม่สอดคล้องกับยอดขายของบริษัท เนื่องจากบริษัทไม่ได้ผลิตให้กับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทุกรุ่นในตลาด  ส่วนยอด

ขายที่สูงขึ้นมีปัจจัยจากผลิตภัณฑ์โคมไฟรถจักรยานยนต์ที่เปลี่ยนมาใช้ไฟ LED  และ function การทำงานที่มากขึ้น ซึ่งทำให้ราคาขายต่อหน่วยเพิ่มสูง

ขึ้นและมาจากกิจกรรมปรับปรุงต้นทุนการผลิตให้ลดลงทำให้มีกำไรมากขึ้น ซึ่งบริษัทได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องและจะจัดกิจกรรมลดต้นทุนนี้ต่อไป

Q : จากรายงานประจำปี หน้า 53 หมายเหตุประกอบงบการเงิน  ข้อ 13  แสดงมูลค่าสินทรัพย์ และค่าเสื่อมราคา มีสินทรัพย์หลังหักค่าเสื่อมราคาจำนวน

ประมาณ 4,300 ล้านบาท และค่าเสื่อมราคา1,051 ล้านบาท จำนวน  ซึ่งคิดเป็นประมาณ 25 % และเมื่อเปรียบเทียบกับนโยบายการบัญชี (จากรายงาน

ประจำปีหน้า 38 ) ระบุอายุการใช้งานของสินทรัพย์ระหว่าง 5 – 20 ปี (หรือเท่ากับ 10 – 20 %)  จึงดูเหมือนจะต่างจากนโยบายทางบัญชี หรือบริษัทมี

การเร่งคิดค่าเสื่อมราคาหรือไม่ ?

A : ค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากสินทรัพย์ประเภทแม่พิมพ์และการออกแบบ ซึ่งขึ้นกับอายุของเทคโนโลยี  ซึ่งมีการคิดค่าเสื่อมราคาสูงกว่า

สินทรัพย์ประเภทอื่นโดยคิดที่ประมาณ 25% ต่อปี

การคิดค่าเสื่อมราคาคิดจากราคาทุนของสินทรัพย์ถาวรเป็นค่าตั้งต้น  ไม่ได้คิดจากมูลค่า สุทธิของสินทรัพย์ ส่วนราคาทุนของสินทรัพย์ถาวรที่แสดงใน

รายงานนี้ประกอบด้วยมูลค่าสินทรัพย์ทั้งที่ตัดค่าเสื่อมราคาครบแล้วและมูลค่าที่อยู่ในระหว่างตัดค่าเสื่อมราคา  รายละเอียดทางฝ่ายบัญชีจะให้ราย

ละเอียดในภายหลังการประชุม

งบการเงินนี้ได้รับการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชี จึงขอให้ผู้ถือหุ้นมั่นใจว่า จะไม่มีการกระทำที่ขัดต่อเกณฑ์และนโยบายที่แสดงในงบการเงิน

Q : ขอทราบนโยบายการถือเงินสดของบริษัทจะถืออยู่ในระดับเท่าใดที่เพียงพอต่อการดำเนินงานของบริษัท  จากข้อมูลการลงทุนและรายรับเงินสดจากการ

ดำเนินงานที่เข้ามาในแต่ละปี บริษัทจะมีเงินสดในมือจำนวนสูงมากถึง 10,000 ล้านบาทในอนาคตอันใกล้นี้ ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้น ( Equity) จะสูง ซึ่งใน

แง่การลงทุน  อัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น(Return on Equity) ROE จะต่ำซึ่งไม่เป็นผลดี

A : การถือเงินสดในมือจำนวนมากมีทั้งผลดีและผลเสียต่อบริษัท  มี 2  เหตุผลที่บริษัทมีการถือเงินสดจำนวนมากนั้น เพื่อความปลอดภัยในการดำเนิน

กิจกรรมของบริษัทจากประสบการณ์วิกฤตทางการเงินในอดีต  และเพื่อการลงทุน โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนเท่าๆ กันทุกปี ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและ

ระมัดระวัง อย่างไรก็ตามในปีนี้บริษัทมีการใช้เงินสดโดยจ่ายเงินปันผลมากขึ้นและยังมีแผนการลงทุนอย่างต่อเนื่อง

ขอชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการลงทุนหลักของบริษัทในปีนี้ ตามที่ท่านผู้ถือหุ้นได้เห็นการก่อสร้างในบริษัทในขณะนี้  จากแนวโน้มอุตสาหกรรมยาน

ยนต์ที่เติบโตขึ้น บริษัทลูกค้ามีแผนการออกยานยนต์รุ่นใหม่ๆ เพิ่มขึ้น  ตลอดจนผลิตภัณท์โคมไฟมีการพัฒนารูปแบบมากขึ้น ทำให้บริษัทต้องมีแผน

เพิ่มการผลิต และลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์เพื่อรองรับเพิ่มเติม

บริษัทขอแสดง แผนผังบริษัทและส่วนการขยายโรงงานผลิต ของโรงงานผลิตโคมไฟที่ 7 (Lamp 7) โดยมีมูลค่าลงทุนในอาคารโรงงานและเครื่องจักร

อุปกรณ์ รวมมูลค่า 1,345 ล้านบาท  สำหรับการก่อสร้างอาคารโรงงานแม่พิมพ์แห่งใหม่รวมทั้งเครื่องจักรอุปกรณ์ รวมมูลค่า 862 ล้านบาท เพื่อรองรับ

การผลิตแม่พิมพ์สำหรับผลิตภัณฑ์โคมไฟรถจักรยานยนต์ที่จะมี function มากขึ้น เช่น มีการใช้หลอดไฟ LED เพิ่มเติมมากขึ้น ตลอดจนจะมีการ

เปลี่ยนแปลงรูปแบบการผลิตเพื่อการลดต้นทุนการผลิตแม่พิมพ์ให้ดียิ่งขึ้นด้วย

นอกจากนี้  จากแนวโน้มอุตสาหกรรมที่เติบโตขึ้น  โอกาสที่จะได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้ามากขึ้น และสถานการณ์กำลังการผลิตของบริษัทในปัจจุบัน

บริษัทจึงมีการพิจารณาการลงทุนอื่นๆเพิ่มเติมอีกด้วยโดยหากมีข้อมูลที่ชัดเจนจะแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบต่อไป โดยจะใช้เงินในการลงทุนให้คุ้มค่ามากที่สุด

Q : บริษัทคิดว่ามูลค่าเงินสดที่เหมาะสมคือเท่าใด
A : ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ ปัจจุบันยังไม่ได้กำหนด โดยบริษัทจะนำไปพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการต่อไป
Q : จากการที่บริษัทมีเงินสดในมือจำนวนมาก ขอเสนอให้บริษัทพิจารณาจ่ายเงินปันผลมากยิ่งขึ้นในปีต่อๆ ไป เนื่องจากมุมมองในด้านนักลงทุนจะได้รับผล

ตอบแทนประมาณร้อยละ 2 ของราคาตลาดของหุ้นเท่านั้น นอกจากนี้เนื่องจากมีข้อมูลบริษัทค่อนข้างน้อย นักลงทุนอาจจะมองการถือเงินสดที่มากเกินไป

นั้นในด้านลบกับผู้บริหารของบริษัทเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการได้  การจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้นเช่น จ่ายร้อยละ 70  จะทำให้ผู้ถือหุ้นได้รับผลตอบแทน

เพิ่มเป็นประมาณร้อยละ 7  ซึ่งน่าพอใจมากและบริษัทยังคงมีเงินสดเข้าบริษัทมีความแข็งแกร่งได้เหมือนเดิม

A : ขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำ
Q : บริษัทยังมีผลกำไรสะสมที่มาจากการเสียภาษีที่ร้อยละ 30 อยู่ด้วยมากน้อยเพียง  โดยการจ่ายเงินปันผลสามารถนำกำไรสะสมที่มาจากการ

เสียภาษีอัตราต่างกันมาจ่ายได้

A : ตามนโยบายการจ่ายเงินปันผล จะจ่ายจากกำไรสุทธิในแต่ละปี ไม่มีการนำผลกำไรในอดีตมาคำนวณด้วย บริษัทเข้าใจหลักการจ่ายเงินปันผลจากกำไร

สะสม แต่บริษัทยังปฎิบัติตามนโยบายที่จ่ายจากกำไรสุทธิประจำปี  ขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำ

Q : จากข้อมูลการเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการ ของนายคะซึโทชิ  อีโนะ จำนวน 3 ครั้งจากการประชุมทั้งหมด 7 ครั้ง

ขอทราบเหตุผลที่เข้าร่วมประชุมได้น้อยครั้ง

A : นายคะซึโทชิ  อีโนะ เป็นกรรมการที่ปฎิบัติงานที่ประเทศญี่ปุ่น โดยปกติทุกเดือนจะมีการติดต่อกัน การให้คำปรึกษาชี้แนะโดยตลอด ซึ่งถือว่ามีการทำงาน

ร่วมกันแล้วโดยไม่จำเป็นต้องจำกัดการทำงานด้วยการประชุมเท่านั้น เพราะบางครั้งท่านมีภารกิจที่ประเทศอื่นๆ ด้วย  ทั้งนี้ กรรมการท่านนี้เป็นกรรมการ

บริษัทมาเป็นระยะเวลานานและในช่วงเกิดวิกฤตทางการเงินในปี 2542 ได้เป็น Key man ในการให้คำแนะนำกับบริษัทอีกด้วย  บริษัทเห็นว่าท่านมีความ

เหมาะสมในการเป็นกรรมการบริษัท

Q : สอบถามสาเหตุการขึ้นค่าสอบบัญชีร้อยละ  5.37
A : คณะกรรมการตรวจสอบได้พิจารณากันหลายครั้งจนเห็นชอบการเสนอค่าสอบบัญชีเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 จากบริษัท ไพร๊ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส เอบีเอเอส

จำกัด เนื่องจากเป็นบริษัทที่มีตรวจสอบบัญชีของบริษัทมาเป็นเวลานานมีความสามารถในการตรวจสอบบัญชี  ไม่มีส่วนได้เสียกับบริษัทและผุ้ถือหุ้น และ

ไม่ได้ขึ้นค่าสอบบัญชีมาเป็นระยะเวลาถึง 5 ปี  อีกทั้งในปีนี้บริษัทมีกำไรเพิ่มขึ้นด้วย

Q : คณะกรรมการตรวจสอบมีการพิจารณากำหนดระยะเวลาการให้เสนอค่าผู้สอบบัญชีเช่น ทุกๆ 3 ปี หรือ 5 ปี  หรือให้บริษัทผู้สอบบัญชีรายอื่นๆ ที่มี

ศักยภาพใกล้เคียงกัน มาเสนอราคา เพื่อพิจารณาเปรียบเทียบด้วยหรือไม่ ?

A : มีการเช็คราคา จากบริษัทอื่นๆ ด้วยทุกปี พบว่าราคาสูงกว่าค่อนข้างมาก
Q : บริษัทที่เกี่ยวข้องในต่างประเทศมีการใช้บริษัทผู้สอบบัญชีเหมือนกับไทยสแตนเลย์หรือไม่?
A :  มีบริษัทเวียตนามสแตนเลย์อิเลคทริค จำกัด ใช้บริษัทผู้สอบบัญชีเดียวกับบริษัท  ส่วนบริษัทอื่นๆ ใช้บริษัทผู้สอบบัญชีอื่น
Q : ขอเสนอให้ใช้บริษัทผู้สอบบัญชีเดียวกันทั้งกลุ่มบริษัท เพื่อให้ผู้สอบบัญชีมีความรับผิดชอบในข้อมูลครอบคลุมทั้งกลุ่มจะทำให้ภาพลักษณ์ด้านการกำกับ

ดูแลกิจการ (CG)  ดีขึ้น

A : ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ