ติดต่อบริษัท | แผนที่ website      

คำถามการประชุมนักวิเคราะห์

DSC_0006

ถาม : บริษัทมีกำลังการผลิต และอัตราการใช้กำลังการผลิต เป็นเท่าใด
ตอบ : ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตแต่ละประเภทผลิตภัณฑ์ดังนี้

หลอดไฟ  113 ล้านชิ้นต่อปี

โคมไฟ 40 ล้านชิ้นต่ปี

แม่พิมพ์ 400 ชุดต่อปี

และปัจจุบันบริษัทมีอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ประมาณ 80%

ถาม : จากสถานการณ์ในประเทศ ปัจจุบันบริษัทได้รับผลกระทบอย่างไร
ตอบ : ปัจจุบันสภาพเศรษฐกิจโดยรวมได้ชลอตัว ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์และบริษัทโดยการขายและผลิตลดลงอย่างต่อเนื่อง
ถาม : วัตถุดิบหลักของบริษัทคืออะไร และ มาจากที่ใด
ตอบ : วัตถุดิบหลักของบริษัทคือ เม็ดพลาสติกประเภทต่าง ๆ เช่น Poly Cabonate (PC)Bulk Molding Componund (BMC) , Poly Propylene (PP) ,

Acrylonitrile Butadiene Styryne (ABS)

บริษัทซื้อวัตถุดิบจากในประเทศเป็นหลักประมาณ 70% ส่วนที่นำเข้าประมาณ 30% ซื้อจากบริษัทในกลุ่มสแตนเลย์

ถาม : สัดส่วนการขายของแต่ละผลิตภัณฑ์เป็นอย่างไร
ตอบ : สัดส่วนการขายตามผลิตภัณฑ์โดยประมาณเป็นดังนี้ ผลิตภัณฑ์โคมไฟ 90% , หลอดไฟ 8% และ แม่พิมพ์ 2%
ถาม : โครงการ ECO Car มีผลกระทบอย่างไรต่อบริษัท
ตอบ : บริษัทได้ผลิตโคมไฟให้กับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่เข้าโครงการนี้ครบทุกราย
ถาม : การขายส่งออกของบริษัทเป็นอย่างไร
ตอบ : ปัจจุบันบริษัทมีการขายส่งออกโดยตรงประมาณ 15% เป็นขายขายไปยังประเทศอินโดนีเซีย เวียตนาม ญี่ปุ่น อินเดีย ปากีสถาน ออสเตรเลีย และ ยุโรป

นอกจากนี้จะเป็นการส่งออกทางอ้อมอีกประมาณ 40% โดยบริษัทขายสินค้าให้ผู้ผลิตรถยนต์ที่มีการส่งออกรถยนต์ไปขายต่างประเทศ

ถาม : ลูกค้าของบริษัทเป็นใครบ้างและปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนทางการตลาดอย่างไร
ตอบ : ลูกค้าของบริษัทเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ในประเทศและต่างประเทศ โดยท่านสามารถดูละเอียดเพิ่มเติมให้หน้า Plant & Product

สำหรับสัดส่วนทางการตลาด สำหรับตลาดรถจักรยานยนต์บริษัทมีส่วนแบ่งการตลาด 95% และสำหรับตลาดรถยนต์บริษัทมีส่วนแบ่งประมาณ 55%

ถาม : ความสามารถในการแข่งขันของบริษัทคืออะไร
ตอบ : สำหรับความสามารถในการแข่งขันจะเห็นได้ว่า ในส่วนของอุปกรณ์ส่องสว่างยานยนต์เป็นสินค้าที่ต้องใช้เทคโนโลยีการผลิตที่สูง ต้องใช้การลงทุน

อย่างมาก จึงมีผู้เข้ามาในอุตสาหกรรมนี้น้อยราย และถือได้ว่าบริษัทมีเทคโนโลยีการผลิตที่ครบวงจรมากที่สุด ตั้งแต่การออกแบบจนถึงผลิตเป็นสินค้า

และบริษัทยังเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทำให้สามารถระดมทุนได้ในต้นทุนที่ต่ำ ซึ่งส่งเสริมให้บริษัทมีความ

สามารถในด้านการแข่งขันสูง

ถาม : บริษัทมีการจัดการด้านต้นทุนอย่างไร
ตอบ : บริษัทให้ความสำคัญในเรื่องการควบคุมต้นทุนการผลิตและของเสีย มาอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ระบบ SNAP (Stanley New Approach for higher

Productivities) ซึ่งเป็นรูปแบบเฉพาะกลุ่มบริษัทสแตนเลย์ โดยจะทำการ

ศึกษาทุกขั้นตอนการทำงานและการผลิตเพื่อค้นหาและขจัดสิ่งสูญเปล่า ซึ่งจากการใช้ระบบ SNAP ส่งผลให้บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนการผลิตใน

ระดับที่น่าพอใจ

ถาม : บริษัทมีนโยบายการลงทุนอย่างไร
ตอบ : บริษัทมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยในแต่ละปีมีการลงทุนไม่ต่ำกว่า 800 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยแม่พิมพ์ และเครื่องจักรอุปกรณ์ เพื่อรองรับการพัฒนา

ด้านเทคโนโลยีของผลิตภัณฑ์